วันจันทร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2559

มัทนะพาธา3.1



วันนี้มาเขียนกันต่อ แต่ได้ไม่มาก รีบไปอ่านหนังสือต่อ เรื่องราวเริ่มเข้มข้นแล้ว มาอ่านกัน



สุเทษณ์   อ้ามัทนาโฉมฉาย          เฉิดช่วงดังสาย             วิชชุประโชติอัมพร
                          ไหนไหนก็เจ้าสายสมร          มาแล้วจะร้อน            จะรนและรีบไปไหน?
ความหมาย  มัทนาโฉมงาม สว่างไสว ดังสายฟ้า ไหนๆเจ้ามาแล้วจะรีบไปไหน

มัทนา      เทวะ,อันข้านี้ไซร้         มานี่อย่างไร                 บทราบสำนึกสักนิด;
                           จำได้ว่าข้าสถิต                 ในสวนมาลิศ              และลมรำเพยเชยใจ,
             แต่อยู่ดีดีทันใด             บังเกิดร้อนใน               อุระประหนึ่งไฟผลาญ,
                            ร้อนจนสุดที่ทนทาน           แรงไฟในราน            ก็ล้มลงสิ้นสมฤดี.
             ฉันใดมาได้แห่งนี้?           หรือว่าได้มี                ผู้ใดไปอุ้มข้ามา?
                            ขอพระองค์จงเมตตา           และงดโทษข้า           ผู้บุกรุกถึงลานใน.
ความหมาย  พระองค์ ข้ามานี่ได้อย่างไร ข้าจำได้ว่าข้าอยู่ในสวนดอกไม้ แต่อยู่ดีๆ เกิดร้อนในใจ ดังไฟเผาร้อนสุดจะทนทาน จึงล้มลงสิ้นสติ ทำไมข้ามาที่นี่ได้ หรือว่ามีใครอุ้มมา ขอพระองค์ทรงเมตตายกโทษ ให้ข้าที่มาถึงที่นี่

สุเทษณ์    อ้าอรเอกองค์อุไร          พี่จะบอกให้                 เจ้าทราบคดีดังจินต์;
                            พี่เองใช้มายาวิน                ให้เชิญยุพิน              มาที่นี้ด้วยอาถรรพณ์
ความหมาย ข้าจะบออกให้เจ้ารู้ ข้าใช้มายาวินให้พาเจ้ามาด้วยเวทย์มนตร์

มัทนา       เหตุใดพระองค์ทรงธรรม์         จึ่งทำเช่นนั้น         ให้ข้าพระบาทต้องอาย
                            แก่หมู่ชาวฟ้าทั้งหลาย?        โอ้พระฦาสาย            พระองค์จงทรงปรานี.
ความหมาย เหตุใดพระองค์ทรงทำเช่นนั้น ให้ข้าต้องอายแก่เทวดาทั้งหลาย โอ้ผู้เป็นใหญ่ขอจงปรานี

 (มัทนาร้องไห้. พิณพาทย์ทำเพลงโอด. สุเทษณ์ปลอบ.) 

คำศัพท์
วิชชุ คือ สายฟ้า
มาลิศ คือ ดอกไม้
สมฤดีคือ สติ
ราน คือ แตกร้าว
พระฦาสาย คือ ผู้เป็นใหญ่

อารมณ์นี้เข้าใจนางมัทนานะ ….. แต่ก็อดสงสารสุเทษณ์ไม่ได้ เข้าใจแต่มาติดตามกันต่อในตอนต่อไป
วันนี้ขอตัวไปอ่านหนังสือสอบก่อนนะ 

วันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2559

นครศรีธรรมราช



เมืองประวัติศาสตร์ พระธาตุทองคำ ชื่นฉ่ำธรรมชาติ 

แร่ธาตุอุดม เครื่องถมสามกษัตริย์ มากวัดมากศิลป์ ครบสิ้นกุ้งปู





เห็นแบบนี้แล้วคิดถึงบ้านจัง ดีนะที่เลือกเรียนที่ใกล้ๆ 
หลายคนถามว่า ทำไมไม่เรียนที่นคร บอกตรงๆเลยว่าสาเหตุแรกอยากอยู่ไกลบ้าน สาเหตุที่สองคือ สอบไม่ติด55555
แต่อยากเรียนที่ราชภัฎสุราษฎร์ธานีมากกว่า เพราะบรรยากาศ และสถานที่เอื้ออำนวยต่อการศึกษา

จากสาเหตุที่อยู่ไกลบ้านนั้น พอจากมาก็คิดถึงอย่างแรง
คิดถึงกับข้าวที่แม่เฒ่าทำ 

แกงไตปลา

ข้าวร้อนๆ กับปลาเค็ม

แกงกะทิ

ข้าวร้อนๆ กับตอเบา

มาอยู่สุราษฎร์ฯไม่ค่อยได้กินแบบนี้เลย .... เริ่มหิวแล้วว
วันนี้เขียนบล็อกเท่านี้ก่อน พรุ่งนี้เจอกับเรื่องราวของมัทนากันต่อ
ฝันดีล่วงหน้าคะ

ขอบคุณภาพจาก https://www.facebook.com/%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%A5%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%95%E0%B9%89-409990642452205/?fref=photo


วันเสาร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2559

มัทนะพาธา3 ( ความพยายามของสุเทษณ์ )




กลับมาอ่านกันต่อนะ ต่อจากที่สุเทษณ์ได้ถามนางมัทนา แล้วถูกมัทนาสวนกลับมา

       (สุเทษณ์จ้องดูนาง, แต่นางยังคงตาลอยไม่จับตาอยู่, สุเทษณ์ออกฉงน, จึ่งลองพูดไปอีก.)

สุเทษณ์    หากพี่จะกอดวธุและจุม-          พิตะเจ้าจะว่าไร
ความหมาย : สุเทษณ์ว่า หากจะกอดและจูบนางมัทนา นางมัทนาจะว่าอย่างไร

มัทนา      ข้าบทาจะขัดฤก็มิได้              ผิพระองค์จะทรงปอง
ความหมาย : นางมัทนาก็ว่า ข้าขัดไม่ได้แล้ว สุดแล้วแต่ท่านเถิด

สุเทษณ์    ว่าแต่จะเต็มฤดิฤหาก             ดนุกอดและจูบน้อง
ความหมาย : สุเทษณ์อยากจะรู้ว่านางจะเต็มใจหรือไม่ หากจะกอดและจูบนาง

มัทนา      เต็มใจมิเต็มใจดนูก็ต้อง           ปฏิบัติระเบียบดี.
ความหมาย : มัทนาก็ตอบว่า จะเต็มใจหรือไม่เต็มใจ ข้าจะปฎิบัติไม่ให้ขาดตกบกพร่อง


 (
สุเทษณ์ไม่พอใจในคำตอบของนาง, จึ่งหันไปพูดกับมายาวิน)

[สุรางคณา,๒๘.]

สุเทษณ์      แน่ะมายาวิน       เหตุใดยุพิน      จึ่งเป็นเช่นนี้
                     ดูราวมะเมอ              เผลอเผลอฤดี           ประดุจไม่มี        ชีวิตจิตใจ
                คราใดเราถาม     หล่อนก็ย้อนความ        เหมือนเช่นถามไป
                      ดังนี้จะยวน               ชวนเชยฉันใด        ก็เปรียบเหมือนไป      พูดกับหุ่นยนต์. 
ความหมาย สุเทษณ์ถามมายาวิน ว่าทำไมนางมัทนาจึงเป็นเช่นนี้ เหมือนคนไม่มีชีวิตจิตใจ เมื่อถามความนางก็ย้อนความ เหมือนดังเราพูดกับหุ่นยนต์

มายาวิน      เทวะ,ที่นาง       อาการเป็นอย่าง          นี้เพราะฤทธิ์มนตร์;
                      โยคะอันขลัง               บังคับได้จน            ให้ตอบยุบล          ได้ตามต้องการ
                แต่จะบังคับ       ใครใครให้กลับ มโนวิญญาณ,
                       ให้ชอบให้ชัง          ยืนยังอยู่นาน            ย่อมจะเป็นการ          สุดพ้นวิสัย
                หากว่าพระองค์    มีพระประสงค์             อยู่เพียงจะให้
                        นงคราญฉลอง        รองพระบาทไซร้       ข้าอาจผูกใจ          ไว้ด้วยมนตรา.
                มิให้นงรัตน์      ดื้อดึงขึงขัด             ซึ่งพระอัชฌา,
                        บังคับให้ยอม           ประนอมเป็นข้า              บาทบริจา         ริกาเทวัญ.
ความหมาย  มายาวินตอบสุเทษณ์ว่า ที่นางมัทนาเป็นอย่างนี้เป็นเพราะฤทธิ์มนตรา ทำตามที่ว่าได้ทุกอย่างตามต้องการ แต่จะบังคับนี้ก็สุดแล้วแต่ใจ  หากสุเทษณ์ต้องการให้นางอยู่ด้วยจะใช้มนตราผูกใจนางไว้ ให้นางเป็นข้าบาทตลอดไป
         
สุเทษณ์      อ๊ะ! เราไม่ขอ     ได้นางละหนอ        โดยวิธีนั้น!
                        เสียแรงเรารัก           สมัครใจครัน         อยากให้นางนั้น       สมัครรักตอบ.
                ผูกจิตรด้วยมนตร์     แล้วตามใจตน           ฝ่ายเดียวมิชอบ
                        เราไฝ่ละโบม          ประโลมใจปลอบ         ให้นางนึกชอบ        นึกรักจริงใจ
                ฉะนั้นท่านครู         คายเวทมนตร์ดู            อย่าช้าร่ำไร,
                        หากเราโชคดี           ครั้งนี้คงได้           สิทธิ์สมดังใจ; รีบคลายมนตรา.
มายาวิน      เอวํ  เทวะ.
ความหมาย สุเทษณ์ไม่ขอทำแบบนั้น เสียแรงที่รัก แค่อยากให้นางรักตอบ  มาผูกใจด้วยมนตราโดยอีกฝ่ายไม่ชอบ เราจะประโลมใจ ให้นางชอบเราเอง ฉะนั้น มายาวิน ลองคลายมนต์ดู หากว่าโชคดี จะได้สมหวัง
ว่าแล้วมายาวินจึงคลายมนต์

                              (มายาวินประนมมือแล้วร่ายมนตร์ต่อไปนี้)

  [วิชฺชุมาลา, ๘.]
มายาวิน    อันเวทอาถรรพณ์            ที่พันผูกจิต
              แห่งนางมิ่งมิตร              อยู่บัดนี้นา,
              จงเคลื่อนคลายฤทธิ์        จากจิตกัญญา
              คลายคลายอย่าช้า          สวัสดีสวาหาย!

 (มายาวินยกมือไหว้  แล้วเสกเป่าไปทางมัทนา. ฝ่ายมัทนาค่อยๆรู้สึกตัว, เอามือลูบตาเหมือนคนตื่นนอนได้สติบริบูรณ์. บัดนี้นางเหลียวแลไปเห็นสุเทษณ์ก็ตกใจ,ตั้งท่าเหมือนจะหนีไป, แต่สุเทษณ์ขวางทางไว้)

สงสารสุเทษณ์มาก รักนางมัทนาด้วยใจบริสุทธิ์แต่นางไม่สนใจ รอลุ้นต่อไปว่ารักนี้จะสมหวังหรือไม่ 

คำศัพท์
ดนุ คือ ฉัน ,ข้าพเจ้า     
มะเมอ คือ ละเมอ
ยุบล  คือ ข้อความ
โยคะ คือ อำนาจการบำเพ็ญสมาธิ
นงรัตน์ คือ นางแก้ว ผู้ประเสริฐ
อัชฌา คือ นิสัยใจคอ
บาทบริจาริกา คือ หญิงปรนนิบัติพระสุเทษณ์
สวาหาย คือ คำกล่าวเมื่อจบการเสกเป่า


ง่วงๆแล้ว พรุ่งนี้มีต่อแน่นอน ฝันดีนะทุกคนบ๊ายบายย


แปลความหมาย+ing 555555

รอแปลศัพท์แปปนึงนะ.... ตาลายมาก วันนี้ได้เยอะละ สู้ๆ



เล่มนี้ยังจำได้ไหม .... ยังไม่คืนครูเลย มาใช้ประโยชน์ตอน มหาลัย คุ้มค่าจริงๆ

วันศุกร์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2559

มัทนะพาธา2 (สุเทษณ์ขอรักนางมัทนา)

มัทนะพาธา
[วสันตะดิลก, ๑๔.]

บทนี้จะยาวหน่อย อย่าเพิ่งเบื่อกันนะจ้ะ

สุเทษณ์        อ้าโฉมวิไลยะสุปริยา               มะทะนาสุรางค์ศรี,
                 
พี่รักและกอบอภิระตี                บมิเว้นสิเน่ห์นัก ;
                 
บอกหน่อยเถิดว่าดะรุณิเจ้า        ก็จะยอมสมัครรัก.
ความหมาย : สุเทษณ์กล่าวกับนางมันทาว่า มัทนานางฟ้าผู้แสนงาม  พี่หลงรักเจ้ามานานไม่มีเว้นวาย บอกพี่มาหน่อยเถิด ว่าเจ้าก็รักพี่เช่นกัน

มัทนา           ตูข้าสมัครฤมิสมัคร                 ก็มิขัดจะคล้อยตาม
ความหมาย : นางมัทนา กล่าว หม่อมฉันจะรักท่านหรือไม่รักท่าน  ก็ไม่สามารถขัดความเห็นของท่านจะคล้อยตามท่าน

สุเทษณ์        จริงฤานะเจ้าสุมะทะนา             วจะเจ้าแถลงความ
ความหมาย : สุเทษณ์กล่าว ว่า มัทนานี่เจ้าพูดจริงหรือ ตอบข้ามา

มัทนา           ข้าขอแถลงวะจะนะตาม            สุระเทวะโปรดปราน
ความหมาย : นางมัทนากล่าวว่า ข้าขอตอบท่านว่า ข้าจะพูดในสิ่งที่ท่านต้องการ

สุเทษณ์        รักจริงมิจริง ฤ ก็ไฉน                 อรไทบ่แจ้งการ
ความหมาย :  สุเทษณ์จึงถามกลับไปว่า รักจริงหรือไม่จริง  เหตุใดน้องจึงไม่บอกกับพี่เล่า

มัทนา           รักจริงมิจริงก็สุระชาญ             ชยะโปรดสถานใด
ความหมาย : มัทนาจึงตอบไป ว่าจะรักหรือไม่รักก็แล้วแตต่พระองค์ทรงโปรด ว่าต้องการอย่างไร

สุเทษณ์        พี่รักและหวังวธุจะรัก                และบทอด บทิ้งไป.
ความหมาย : สุเทษณ์ จึงบอกไป ว่ารักนางมัทนา และหวังว่านางจะรักและไม่ทอดทิ้งไป

มัทนา           พระรักสมัคร ณ พระหทัย             ฤจะทอดจะทิ้งเสีย
ความหมาย มัทนาจึงตอบไปว่า ตอนนี้ทรงรักหม่อมฉัน จะทรงทิ้งข้าไปได้อย่างไร

สุเทษณ์        ความรักละเหี่ยอุระระทด            เพราะมิอาจจะคลอเคลีย
ความหมาย : สุเทษณ์ ก็ว่าความรักของพี่นั้นน่าละเหี่ยใจ เพราะไม่สามารถอิงแอบเจ้าได้

มัทนา           ความรักระทดอุระละเหี่ย           ฤ จะหายเพราะเคลียคลอ
ความหมาย : ว่าความรักของท่านนั้นจะหายจากความน่าละเหี่ยใจ เพียงเพราะได้แอบอิงแนบชิดอย่างนั้นหรือ

สุเทษณ์        โอ้โอ๋กระไรนะมะทะนา              บมิตอบพะจีพอ
ความหมาย : สุเทษณ์เริ่มโมโห จึ่งว่า โอ้มัทนา ทำไมเจ้าจึงไม่ตอบสิ่งที่พี่ถาม

มัทนา          โอ้โอ๋กระไรอะมระง้อ                 มะทะนามิพอดี
ความหมาย : มัทนาก็บอกว่านางได้ตอบสิ่งที่ท่านถามมาแล้ว

สุเทษณ์        เสียแรงสุเทษณ์นะประดิพัทธ์       มะทะนาบเปรมปรีดิ์
ความหมาย : สุเทษณ์ว่าเสียแรงที่รักและภักดีต่อเจ้า แต่เจ้ากลับไม่ยินดี

มัทนา          แม้ข้า บ เปรมปฺริยะฉะนี้               ผิจะโปรดก็เสียแรง
ความหมาย : มัทนาว่าจะยินดีหรือไม่ หากจะรักข้าต่อไปอีก ก็จะเสียแรงเปล่า

สุเทษณ์       โอ้รูปวิไลยะศุภะเลิศ                  บ มิควรจะใจแข็ง
ความหมาย :  สุเทษณ์จึงว่า นางมัทนาผู้งดงาม ไม่ควรใจแข็งกับพี่ขนาดนี้

มัทนา          โอ้รูปวิไลยะมละแรง                 ละก็จำจะแข็งใจ

ความหมาย : มัทนาสวนกลับไปว่า ถึงข้าจะมีรูปร่างอันงดงาม แต่ข้าก็บอบบาง เพราะฉะนั้นใจข้าจำต้องแข็งแรง
    
   (สุเทษณ์จ้องดูนาง, แต่นางยังคงตาลอยไม่จับตาอยู่, สุเทษณ์ออกฉงน, จึ่งลองพูดไปอีก.)

อ๊ะ! พักกันก่อนนะ ... หิวแล้ว เดี๋ยวเรามาอ่านกันต่อนะ 

คำศัพท์ในวันนี้ 
1.                โฉมวิไล = คนสวย           สุปริยา = ยินดี           สุรางค์ = นางฟ้า           ระทด = ท้อ      อะมระ = เทวดา      ประดิพัทธิ์ = รักใคร่ ผูกพันธ์

มัทนะพาธา1


บทละครพูดที่ได้ยกตัวอย่างมาให้ได้ศึกษาเป็นภาคบนสวรรค์ตอนที่สุเทษณ์เทพได้ขอความรักจากนางมัทนาแต่นางยังยืนกรานปฏิเสธทำให้สุเทษณ์โมโหสาปนางให้ลงมาเกิดโลกบนโลกมนุษย์เป็นดอกกุหลาบและกลายร่างเป็นมนุษย์ได้ตอนคืนวันเพ็ญ เหตุการณ์นี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวความรักอันเป็นตำนานแห่งดอกกุหลาบ ในที่นี้จะแปลตามบทให้ด้วย เริ่มตื่นเต้นแล้วสิ …. มาอ่านกันเล้ยยยย

บทละครพูดคำฉันท์ เรื่อง มัทนะพาธา
องก์ที่ 1
          (มายาวินประนมมือและนั่งบริกรรมพิณพาทย์ทำเพลงตระสันนิบาต.  ทุกๆคนตั้งตาคอยมองดู  พอถึงรัวท้ายตระ  มัทนาเดินออกมาตาจ้องเป๋งไม่แลดูใคร  และกิริยาอาการเป็นอย่างคนที่ยังหลับอยู่และพูดหรือแสดงกิริยาอย่างคนที่ฝัน.  สุเทษณ์ลุกจากบัลลังก์ลงมาต้อนรับด้วยความยินดีแต่ครั้นเห็นมัทนาจังงังอยู่  ไม่ยิ้มแย้มก็ชะงัก, แล้วหันไปพูดกับมายาวิน.)

[สุรางคณา, 28.]
สุเทษณ์    นางมาแล้วไซร้     แต่ว่าฉันใด                       จึ่งไม่พูดจา
มายาวิน    นางยังงงงวย       ด้วยฤทธิ์มนตรา, แต่ว่าตูข้า     จะแก้บัดนี้   (พูดสั่งมัทนา)
              ดูก่อนสุชาตา              มะทะนาวิไลศรี
              ยามองค์สุเทษณ์มี        วรพจน์ประการใด,
              นางจงทำนูลตอบ         มะธุรสธตรัสไซร้ ;
              เข้าใจมิเข้าใจ              ฤก็ตอบพะจีพลัน.
              มัทนา เข้าใจละเจ้าข้า,   ผิวะองค์สุเทษณ์นั้น
              ตรัสมาดิฉันพลัน            จะเฉลยพระวาที


ความหมาย : สุเทษณ์พูดกับมายาวิน หลังจากที่นางมัทนาต้องมนต์สะกดว่า ทำไมนางมัทนา มาแล้ว ถึงไม่พูดไม่จา”  มายาวินจึงตอบว่า นางมัทนายังถูกมนต์สะกด   จึงถอนมนต์สะกดนั้น  แล้วพูดสั่งนางมัทนา ดูก่อน นางมัทนาผู้มีรูปโฉมงดงาม  ถ้าหากว่าท่านสุเทษณ์ถามอะไรเจ้า เจ้าจงตอบด้วยถ้อยคำที่อ่อนหวาน ไม่ว่าเจ้าจะเข้าใจหรือไม่เข้าใจก็ตาม ก็จงตอบโดยเร็วพลัน นางมัทนา จึงตอบว่า ข้าเข้าใจแล้วถ้าหากองค์สุเทษณ์นั้น ตรัสถามอะไร  หม่อมฉันจะตอบในทันที 

  ศัพท์ในการอ่านในวันนี้คือ
1.   ทำนูล = ทูล
2.   มะธุรส = อ่อนหวาน
3.   พะจี = คำพูด


เป็นไงละเริ่มตื่นเต้นกันแล้วสิ ..... รออ่านตอนต่อไปได้เลย ถ้ายังไม่เบื่อ ตอนนี้ขอตัวไปหาไรกินก่อนนร้าา
ขอบคุณสำหรับ ... การเข้ามาอ่านนะคะ